วิธีระบายความร้อนในห้องเป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดความอับร้อนและทำให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา เนื่องจากความร้อนที่สะสมภายในห้องอาจส่งผลต่อความสบายในการพักผ่อนและการใช้ชีวิตประจำวัน Gypstore จึงรวบรวมวิธีแก้ห้องร้อนอบอ้าวและเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศ (Ventilation) พร้อมลดการสะสมความร้อน เพื่อให้ห้องเย็นสบายและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
HIGHLIGHT
- วิธีระบายความร้อนในห้องไม่จำเป็นต้องพึ่งแอร์เสมอไป เพียงเปิดหน้าต่างให้ถูกทิศ ใช้พัดลมระบายอากาศ และจัดห้องไม่ให้บังทางลมก็ช่วยลดความร้อนได้
- ก่อนแก้ปัญหาห้องร้อน ควรหาสาเหตุให้ชัด เช่น ผนังสะสมความร้อน หลังคาไม่มีฉนวน หรืออากาศไม่ถ่ายเท เพื่อเลือกวิธีแก้ได้ตรงจุด
- วัสดุก่อสร้างมีผลต่อความร้อนในห้อง การติดฉนวน เลือกแผ่นผนังที่เหมาะสม หรือใช้ฟิล์มกรองแสง ช่วยลดความร้อนจากภายนอกได้ระยะยาว
- ห้องนอนที่อับและร้อนควรใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น ติดพัดลมระบายอากาศ ลดความชื้น และเลือกสีผนังโทนอ่อนเพื่อลดการสะสมความร้อน
- วิธีลดความร้อนที่ได้ผลที่สุดคือป้องกันตั้งแต่โครงสร้าง โดยเลือกวัสดุที่มีค่า R-Value สูง ช่วยประหยัดไฟและลดการพึ่งพาแอร์ได้ดีขึ้น
สารบัญบทความ
- เหตุผลที่ทำให้ห้องร้อนมีสาเหตุใดบ้าง
- รวม 12 วิธีระบายความร้อนในห้อง ทำได้เองไม่ต้องพึ่งแอร์ตลอดเวลา
- แก้ห้องร้อนแบบผู้รับเหมา ต้องดูองค์ประกอบไหนของบ้านบ้าง?
- วิธีระบายความร้อนในห้อง พร้อมเลือกวัสดุคุณภาพกับ Gypstore
- คำถามที่พบบ่อย
เหตุผลที่ทำให้ห้องร้อนมีสาเหตุใดบ้าง
ก่อนจะหาวิธีระบายความร้อนในห้องต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้ห้องร้อนจนอยู่ไม่ได้ สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้
- แสงแดดและความร้อนจากภายนอก: รังสีอินฟราเรด (Infrared Radiation) จากดวงอาทิตย์ส่งผ่านหน้าต่าง กระจก และหลังคาเข้าสู่ห้องโดยตรง โดยเฉพาะบ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก
- ผนังและหลังคาดูดซับความร้อน: วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulation) จะสะสมความร้อนไว้ตลอดวันและคายออกในเวลากลางคืน ทำให้บ้านร้อนถึงแม้พระอาทิตย์ตกแล้วก็ตาม
- ห้องร้อนอากาศไม่ถ่ายเท: การออกแบบห้องที่ขาดช่องระบายอากาศ (Ventilation) ที่ดี ทำให้ความร้อนสะสมอยู่ภายในโดยไม่มีทางออก
- เครื่องใช้ไฟฟ้าปล่อยความร้อน: อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น หลอดไฟ, คอมพิวเตอร์ และเตาไฟฟ้า ล้วนปล่อยความร้อนสะสมในห้องตลอดเวลาที่ใช้งาน
- การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมาะสม: เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่วางขวางทิศทางลม ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ไม่ดี และยิ่งทำให้ห้องอบอ้าวมากขึ้น
รวม 12 วิธีระบายความร้อนในห้อง ทำได้เองไม่ต้องพึ่งแอร์ตลอดเวลา
การเลือกใช้วิธีระบายความร้อนในห้องที่เหมาะสม จะช่วยลดการสะสมความร้อนและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในบ้านได้ดีขึ้น โดยวิธีที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องมีดังนี้
1. เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
วิธีระบายอากาศในห้องที่ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายคือการเปิดหน้าต่างให้อากาศไหลเวียนตามธรรมชาติ (Natural Ventilation) โดยควรเปิดหน้าต่างสองด้านตรงข้ามกันเพื่อสร้างแรงลมพัดผ่าน (Cross Ventilation) ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเช้าตรู่และหลังพระอาทิตย์ตก เพราะอุณหภูมิภายนอกต่ำกว่าในห้อง ทำให้อากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่อากาศร้อนที่สะสมอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ
พัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) ช่วยดูดอากาศร้อนและความชื้นออกจากห้องได้โดยตรง เหมาะสำหรับห้องที่มีปัญหาห้องร้อนอากาศไม่ถ่ายเทเนื่องจากมีหน้าต่างน้อยหรือผังห้องไม่เอื้อต่อการหมุนเวียนอากาศ ควรติดตั้งบริเวณผนังด้านบนหรือฝ้าเพดาน เพราะอากาศร้อนมักลอยตัวสูง การดูดออกจากจุดนี้จะช่วยให้วิธีระบายความร้อนในห้องได้ผลเร็วกว่าการเปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียว
3. ใช้ผ้าม่านกันความร้อน
ผ้าม่านกันความร้อน (Thermal Blackout Curtain) ทำจากผ้าทอหนาหลายชั้นที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสีอินฟราเรด (Infrared Radiation) ก่อนที่จะทะลุเข้ามาในห้อง ช่วยวิธีแก้ห้องนอนร้อนได้ดีโดยเฉพาะห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งรับแดดบ่ายโดยตรง ควรเลือกสีอ่อนด้านนอกเพื่อสะท้อนความร้อนออก และสีเข้มด้านในเพื่อดูดซับแสงที่ผ่านมาได้ โดยติดให้ชิดกรอบหน้าต่างเพื่อลดช่องว่างที่ความร้อนจะแทรกเข้ามา
4. ติดฟิล์มกรองแสงที่หน้าต่าง

การติดฟิล์มกรองแสงที่หน้าต่าง (Window Film) เป็นอีกหนึ่งวิธีระบายความร้อนในห้อง โดยป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ฟิล์มคุณภาพดีสามารถสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) และรังสีอินฟราเรดออกได้มากกว่า 70% โดยที่ยังคงความโปร่งแสงไว้ เหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีกระจกบานใหญ่ซึ่งรับความร้อนสูง การติดฟิล์มยังช่วยถนอมเฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้ไม่ให้ซีดจากแสงแดดอีกด้วย
5. ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อน
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดปล่อยความร้อนสะสม (Waste Heat) ออกมาระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเตาไฟฟ้า, เตาอบ, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือแม้แต่โทรทัศน์ ยิ่งใช้หลายชิ้นพร้อมกันในห้องปิด ความร้อนยิ่งสะสมเร็ว การวางแผนการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ให้เหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการใช้งานในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนอยู่แล้ว หรือย้ายอุปกรณ์บางชนิดออกนอกห้องนอน ก็เป็นวิธีระบายความร้อนในห้องที่ได้ผลโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
6. ปลูกต้นไม้ช่วยลดความร้อนรอบบ้าน
ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกรอบบ้านช่วยสร้างร่มเงาและลดอุณหภูมิผ่านกระบวนการคายน้ำ (Transpiration) ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบได้จริงตามหลัก Urban Heat Island Mitigation พืชที่เหมาะสำหรับวิธีระบายความร้อนในบ้าน ได้แก่ ต้นไทร, ต้นมะขาม หรือต้นไม้พุ่มที่ปลูกริมผนังด้านที่รับแดดโดยตรง นอกจากลดความร้อนแล้ว ต้นไม้ยังช่วยกรองฝุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้อากาศรอบบ้านได้อีกด้วย
7. ติดฉนวนกันความร้อน
ฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulation) คือหนึ่งในวิธีระบายความร้อนในห้องที่ให้ผลระยะยาวมากที่สุด โดยทำหน้าที่ชะลอการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการติดที่ฝ้าเพดาน ผนัง หรือหลังคา วัสดุที่นิยมใช้มีหลายประเภท เช่น ฉนวนใยแก้ว (Glass Wool) และฉนวนใยหิน (Rock Wool) หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุแต่ละชนิด
สามารถอ่านต่อได้ที่ ฉนวนความร้อนคืออะไร และเลือกแบบไหนดี สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อ ฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง Gypstore มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์และประเภทตามการใช้งาน
8. เลือกใช้สีโทนอ่อนภายในห้อง

สีผนังมีผลโดยตรงต่ออุณหภูมิภายในห้องผ่านค่าการสะท้อนแสง (Solar Reflectance Index หรือ SRI) สีโทนอ่อน เช่น ขาว, ครีม หรือเทาอ่อน จะสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม ทำให้ผนังดูดซับความร้อนน้อยลงและห้องเย็นกว่าเดิม นอกจากสีผนังแล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์และผ้าคลุมโทนสว่างยังช่วยลดการสะสมความร้อน (Heat Absorption) ภายในห้องได้อีกทางหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาวิธีแก้ห้องนอนร้อนแบบไม่ต้องลงทุนปรับโครงสร้าง
9. ใช้เครื่องลดความชื้นภายในห้อง
ความร้อนและความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงเกินไปทำให้รู้สึกอบอ้าวมากกว่าอุณหภูมิจริง เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) จะช่วยดูดความชื้นส่วนเกินออกจากอากาศ ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้นผ่านกระบวนการระเหยเหงื่อ (Evaporative Cooling) เหมาะเป็นพิเศษสำหรับห้องที่อับชื้น มีกลิ่น หรือมีปัญหาเชื้อรา ซึ่งมักเกิดในห้องที่ระบายอากาศไม่ดีในช่วงฤดูฝน
10. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังทางลม
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ขวางทิศทางลมเป็นสาเหตุที่ทำให้วิธีระบายอากาศในห้องนอนไม่ได้ผลแม้จะเปิดหน้าต่างไว้ก็ตาม ควรสำรวจทิศทางลมหลักในห้องและจัดเฟอร์นิเจอร์ให้อากาศสามารถไหลผ่านได้สะดวก โดยเฉพาะบริเวณระหว่างหน้าต่างกับประตู หากเป็นไปได้ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ขาสูงหรือดีไซน์โปร่งเพื่อให้อากาศเคลื่อนตัวใต้และรอบชิ้นเฟอร์นิเจอร์ได้ดีขึ้น
11. ดูแลหลังคาและผนังไม่ให้สะสมความร้อน
หลังคาและผนังคือพื้นที่ที่รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงมากที่สุด การเลือกวัสดุที่มีค่าความต้านทานความร้อน (R-Value) สูงจึงสำคัญมาก แผ่นยิปซั่มและแผ่นสมาร์ทบอร์ดเป็นวัสดุที่นิยมใช้ทำฝ้าเพดานและผนังภายใน เพราะมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อน (Thermal Resistance) เข้าสู่ห้องได้ดี นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบรอยแตกร้าวของผนังและหลังคาที่อาจเป็นช่องให้ความร้อนแทรกเข้ามา ซึ่งเป็นวิธีระบายความร้อนในบ้านระยะยาวที่คุ้มค่า
12 . ใช้หลอดไฟ LED

หลอดไฟ LED ปล่อยความร้อนน้อยกว่าหลอดไส้ถึง 80% เพราะแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยแทบไม่มีการสูญเสียพลังงานในรูปของความร้อน การเปลี่ยนหลอดไฟทุกดวงในห้องเป็น LED จึงเป็นวิธีแก้ห้องร้อนอบอ้าวที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับโครงสร้างใด ๆ อีกทั้งยังประหยัดค่าไฟในระยะยาวอีกด้วย
แก้ห้องร้อนแบบผู้รับเหมา ต้องดูองค์ประกอบไหนของบ้านบ้าง?
สำหรับผู้รับเหมา การแก้ปัญหาห้องร้อนไม่ควรมองแค่การเพิ่มพัดลมหรือเปิดหน้าต่าง แต่ควรประเมินภาพรวมของอาคารร่วมด้วย ทั้งทิศทางแดด หลังคา ฝ้าเพดาน ผนังด้านรับความร้อน ช่องเปิด และตำแหน่งระบายอากาศ เพราะหลายครั้งห้องร้อนเกิดจากความร้อนสะสมในโครงสร้าง ไม่ใช่แค่อากาศไม่ถ่ายเท
หากเป็นงานรีโนเวตหรือก่อสร้างใหม่ ควรพิจารณาติดตั้งฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้า เลือกวัสดุผนังและฝ้าที่เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน รวมถึงออกแบบช่องลมให้มีทั้งทางลมเข้าและทางลมออก เพื่อช่วยลดความร้อนสะสม ลดภาระเครื่องปรับอากาศ และทำให้ห้องเย็นสบายขึ้นในระยะยาว
วิธีระบายความร้อนในห้อง พร้อมเลือกวัสดุคุณภาพกับ Gypstore
ปัญหาห้องร้อนแก้ได้ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้งานไปจนถึงการเลือกวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการติดฉนวนกันความร้อน การใช้ผ้าม่านกันความร้อน หรือการเลือกแผ่นยิปซั่มและแผ่นสมาร์ทบอร์ดสำหรับฝ้าเพดานและผนัง ล้วนเป็นวิธีระบายความร้อนในห้องที่ช่วยลดอุณหภูมิได้จริงในระยะยาว
สำหรับผู้รับเหมาที่กำลังมองหาวิธีระบายความร้อนในบ้านอย่างครบวงจร Gypstore พร้อมให้คำแนะนำและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งฉนวนกันความร้อน แผ่นยิปซั่ม และวัสดุตกแต่งภายในครบจบในที่เดียว
สามารถติดต่อหรือสอบถามได้ที่
- โทร : 099-261-3561
- Line : @gypstore
- Facebook : ยิปสโตร์ Gypstore
- ยิปสโตร์ สำนักงานใหญ่ : https://goo.gl/maps/VvfN3SHinSVep4g5A
- ยิปสโตร์ สาขาทุ่งครุ : https://goo.gl/maps/21GH5GsvXLqSzHwk6
คำถามที่พบบ่อย
ห้องชั้นบนร้อนมากแก้อย่างไรดี?
ห้องชั้นบนมักได้รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง จึงควรเลือกใช้วิธีระบายความร้อนในห้องร่วมกับการติดตั้งฉนวนและลดความร้อนจากหน้าต่าง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิสะสมภายในห้อง
ห้องอับอากาศควรระบายความร้อนอย่างไร
ห้องที่มีอากาศหมุนเวียนไม่ดีควรเปิดหน้าต่าง ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้ขวางทางลม เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

